กว่า 5 เดือน“แซนด์บอกซ์”ต่อลมหายใจคนภูเก็ต
“ภูเก็ต” ถือเป็นจังหวัดหนึ่งที่ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการพิษโควิด-19 หนักที่สุด เพราะทั้งจังหวัดพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยว โดยหลังถูกยกเป็นพื้นที่นำร่องแซนด์บอกซ์ เปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เมื่อวันที่ 1กรกฎาคม จนถึงวันนี้ผ่านมากว่า 5 เดือน ชาวบ้าน พ่อค้าแม่ขาย นักธุรกิจที่ภูเก็ตเป็นอย่างไรกันบ้าง
"ก่อนหน้านี้ จ.ภูเก็ต เคยทำรายได้จากภาคการท่องเที่ยวสูงถึงกว่า 4 แสนล้านบาท เมื่อโควิด-19 ระบาดรายได้ส่วนนี้แทบจะเป็นศูนย์ เพราะคนภูเก็ตยึดโยงอยู่กับการท่องเที่ยวและชาวต่างชาติเป็นหลัก ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นมาตรการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ หรือ การเปิดประเทศรอบนี้ ทั้งหมดล้วนเป็นสัญญานแห่งความหวังว่าพวกเขาจะสามารถกลับมาลืมตาอ้าปากได้เหมือนเมื่อก่อน ”
“เสาวนี” เป็นหมอนวดแผนไทยที่หาดป่าตอง เธอยอมรับว่า ถ้าเทียบกับช่วงภูเก็ตเจอพิษโควิดจนทุกคนต่างเจ็บหนัก เวลานี้การท่องเที่ยวเริ่มส่งสัญญานในเชิงบวก เมื่อนักท่องเที่ยงต่างชาติเริ่มกลับมาเยือนบ้างจากนโยบายภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ แม้ทุกอย่างที่เปลี่ยนไป จะยังไม่กลับมาเหมือนเดิม แต่ก็ยังพอทำให้เธอยิ้มได้บ้าง เพราะพอมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว
หาดป่าตองไม่เพียงขึ้นชื่อเรื่องทิวทัศน์และหาดทราย แต่พื้นที่ราว 10 ตารางกิโลเมตร ที่เคยสร้างเม็ดเงินมหาศาล ส่วนหนึ่งมาจากแหล่งท่องเที่ยวยามราตรี ณ ซ.บางลา ร้านอาหารสถานบันเทิงที่นี่เริ่มกลับมาเปิดได้แล้ว แต่นั่นเป็นเพียงกลุ่มผู้ประกอบการทุนหนาราว 20% เท่านั้น เพราะส่วนใหญ่ยังกังวลเรื่องนโยบายและการระบาดของโควิดที่ไม่แน่นอน และการไม่มีรายได้มา 2 ปี ก็ทำให้ไม่มีทุน
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ คาดว่า กว่าภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยจะกลับเข้าใกล้สถานการณ์ก่อนเกิดโควิด-19 คงต้องใช้ระยะเวลาอีกอย่างน้อย 1-2 ปี เพราะปัจจุบันนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักอย่างจีนก็ยังไม่กลับมา ขณะที่การจับจ่ายของนักท่องเที่ยวเองก็ยังไม่พร้อมเต็มที่ จึงเสนอให้รัฐบาลควรเร่งอัดฉีดเม็ดเงินเป็นทุนพลิกฟื้นให้ผู้ประกอบการมีความพร้อม
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB